TH EN
Uncategorized

เกษตรกรไทยยุคใหม่ปรับตัวสู้สภาพอากาศแปรปรวน ชูเทคโนโลยี ‘Smart Farming’ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต

14 มกราคม 2026 gdcc_nAaoQpy6z5dkJ6gc

ในช่วงปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตรของไทยต้องเผชิญกับปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหนัก ทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งที่ยาวนาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ เช่น ข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง อย่างไรก็ตาม วิกฤตดังกล่าวได้กลายเป็นตัวเร่งให้เกษตรกรยุคใหม่ (Young Smart Farmer) รวมถึงเกษตรกรดั้งเดิมที่เปิดรับนวัตกรรม หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น

นวัตกรรมที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ได้แก่ การใช้ โดรนเพื่อการเกษตร ในการพ่นปุ๋ยและยา ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดการสัมผัสสารเคมีโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง ระบบเซนเซอร์ IoT (Internet of Things) เพื่อวัดความชื้นในดิน อุณหภูมิ และปริมาณแสงแดด ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ทำให้เกษตรกรสามารถควบคุมระบบการให้น้ำได้อย่างแม่นยำ (Precision Agriculture) โดยไม่เปลืองทรัพยากรน้ำโดยใช่เหตุ

นายสมชาย เจริญทรัพย์ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรยุคใหม่ในจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า “แต่ก่อนเราทำนาทำไร่ต้องรอน้ำฝน คาดเดาอะไรไม่ได้เลย แต่พอเริ่มรวมกลุ่มกันนำระบบเซนเซอร์มาใช้ตรวจสอบความชื้นในดินและสั่งรดน้ำผ่านมือถือ ช่วยให้เรารู้ว่าต้นไม้ต้องการน้ำตอนไหน ทำให้ประหยัดน้ำไปได้กว่า 30% แถมผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพสม่ำเสมอมากขึ้น ต้นทุนระยะยาวก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด”

ทางด้านหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างก็เร่งมือให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีการเกษตร รวมถึงการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการจัดการข้อมูล (Data Analytics) แก่ชุมชน เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม

การตื่นตัวและปรับตัวของเกษตรกรไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเอาตัวรอดจากวิกฤตสภาพอากาศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างภาคการเกษตรของประเทศไทย ให้เปลี่ยนผ่านจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็น “ผู้นำด้านการเกษตรที่ยั่งยืน” ในภูมิภาคอาเซียนต่อไป